วิธีลดภาษีจากการขายบ้าน ทำได้อย่างไร??

เมื่อครอบครัวใหญ่ขึ้น หรือต้องการเปลี่ยนที่อยู่อาศัย มีเทคนิคง่ายๆเรื่องการลดค่าใช้จ่ายมาฝากกัน
เทคนิคนี้สำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการขายบ้านเก่า เพื่อซื้อบ้านหลังใหม่ มีวิธีง่ายๆที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านภาษีอย่างถูกต้อง

"ขายบ้านที่มีชื่อในทะเบียนบ้านอย่างน้อย 1 ปี และซื้อบ้านหลังใหม่ ภายใน 1 ปี สามารถประหยัดภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย"

เมื่อขายบ้านได้ ผู้ขายต้องเสียภาษีหรือค่าธรรมเนียม ได้แก่
(1) ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
(2) ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือค่าอากรแสตมป์ โดยเสียอย่างใดอย่างหนึ่ง และ
(3) ค่าโอน 2% ซึ่งขึ้นอยู่กับการตกลงของผู้ซื้อและผู้ขาย

การขายบ้านเก่าเพื่อซื้อบ้านใหม่นั้น ผู้ขายสามารถประหยัดภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ถ้าเข้าเงื่อนไข 2 ข้อ ดังนี้
1. มีในทะเบียนบ้านหลังที่ขายไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านหลังที่ขายน้อยกว่า 1 ปีก็ได้ แต่ระยะเวลาการมีชื่อในทะเบียนบ้านหลังที่ขาย และหลังใหม่ นับถึงวันขาย รวมกันแล้วต้องไม่น้อยกว่า 1 ปี
2. ขายบ้านเก่าแล้วซื้อบ้านใหม่ หรือซื้อบ้านใหม่ก่อนแล้วขายบ้านเก่า ภายใน 1 ปี

โดยการขอคืนภาษีนี้ต้องไม่มากกว่าราคาบ้านใหม่ที่ซื้อ (อ้างอิงข้อมูลจาก ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 125))


        เพื่อให้เห็นภาพและเข้าใจมากขึ้น ลองมาดูตัวอย่างการคำนวณภาษีจากการขายบ้าน ระหว่าง บ้านใหม่มีราคาแพงกว่าบ้านเก่า และบ้านเก่ามีราคาแพงกว่าบ้านใหม่

#ตัวอย่าง: การคิดภาษีกรณี "บ้านใหม่มีราคาแพงกว่าบ้านเก่า" เช่น ขายบ้านราคา 5 ล้านบาท ซื้อบ้านใหม่ราคา 7 ล้านบาท สมมติ ราคาประเมินและราคาขายเท่ากัน ถือครองบ้านหลังที่ขาย 2 ปี โดยมีชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายจากการขายบ้าน คำนวณได้ดังนี้

กรณีนี้ เข้าเงื่อนไขมีชื่อในทะเบียนบ้านหลังที่ขายเกิน 1 ปี และขายบ้านเก่าเพื่อซื้อบ้านหลังใหม่ภายใน 1 ปี สามารถขอคืนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายได้ 50,000 บาท


#อีกตัวอย่างหนึ่ง: "บ้านเก่ามีราคาแพงกว่าบ้านใหม่" เช่น ขายบ้านราคา 5 ล้านบาท ซื้อบ้านใหม่ราคา 3 ล้านบาท สมมติ ราคาประเมินและราคาขายเท่ากัน ถือครองบ้านหลังที่ขาย 2 ปี โดยมีชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี กรณีนี้ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ที่สามารถขอคืนได้ จะคำนวณจากราคาบ้านหลังที่มีราคาถูกกว่า ก็คือ บ้านใหม่ราคา 3 ล้านบาท ดังนี้


 

กรณีขายบ้านเก่าเพื่อซื้อบ้านใหม่ที่มีราคาถูกกว่า สามารถขอคืนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายได้ 24,000 บาท


สรุปคือ
- บ้านใหม่ราคาแพงกว่าบ้านเก่า ขอคืนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายได้ทั้งหมด (จากตัวอย่างขายบ้านเก่า 5 ล้านบาท เพื่อซื้อบ้านใหม่ 7 ล้านบาท ขอคืนภาษีได้ 50,000 บาท)
- บ้านเก่าราคาแพงกว่าบ้านใหม่ ขอคืนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายได้บางส่วน (จากตัวอย่างขายบ้านเก่า 5 ล้านบาท เพื่อซื้อบ้านใหม่ 3 ล้านบาท ขอคืนภาษีได้ 24,000 บาท)

 

 

การขอคืนภาษีจากการขายบ้าน

การขอคืนภาษีจากการขายบ้านนั้น ผู้ขายต้องชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่กรมที่ดินไปก่อน แล้วค่อยยื่นเอกสารขอคืนภาษีจากสรรพากร โดยกรอกแบบฟอร์ม ค.10 ณ สรรพากรพื้นที่ แล้วยื่นคำร้องขอคืนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย พร้อมแนบเอกสาร ดังนี้
1. ใบเสร็จรับเงินค่าภาษีเงินได้ฉบับที่กรมที่ดินออกให้
2. สำเนาสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์แห่งเดิม
3. สำเนาสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์แห่งใหม่
4. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้มีเงินได้สำหรับอสังหาริมทรัพย์แห่งใหม่ (กรณีมีชื่อในทะเบียนบ้านแห่งเดิมน้อยกว่า 1 ปี)

***ผู้ที่วางแผนขายบ้านเก่า เพื่อซื้อบ้านใหม่ อย่าลืมขอคืนภาษีเงินได้จากการขายบ้าน หากเข้าเงื่อนไขหลักเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้ไม่น้อย และนอกจากนี้ก่อนที่คิดจะซื้อบ้านใหม่จริงๆ อย่าลืมอัพเดทอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านก่อนตัดสินใจ



บทความดีๆจาก:
นิชฌานี ฉันทศาสตร์ CFP® K-Expert ฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาลูกค้าบุคคล ธนาคารกสิกรไทย
https://www.ddproperty.com

spacer
agent image
Time Estate
Property Consult
Time Estate
bowprakard@gmail.com
0922835795